จากหลานชาย ฟรานซิสโก้ สู่ตำนาน โรนัลโด้ ค่ำคืนแห่งความทรงจำ

ทีมชาติโปรตุเกส 20 Jun

จากหลานชาย ฟรานซิสโก้ สู่ตำนาน โรนัลโด้ ค่ำคืนแห่งความทรงจำ

มาร์ติเนซ ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา สร้างความยอดเยี่ยมได้อีกครั้ง

หลังได้รับความไว้วางใจลงสนามในนาทีที่ 90 และเพียงไม่ถึง 2 นาที แนวรุกเจ้าของความสูง 170 เซนติเมตร ซึ่งลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งที่ 3 ก็กลายเป็นซูเปอร์ซับ ยิงด้วยซ้ายจ่อๆ จากจังหวะที่แนวรับสาธารณรัฐเช็กเคลียร์ไม่ขาดและยิงเข้าไป เป็นประตูชัยให้ทีมชาติโปรตุเกสพลิกแซงกลับมาชนะ 3-1 ประเดิม 3 แต้มแรกในทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลยูโร 2024 พร้อมรอยยิ้มแก่นักเตะและแฟนบอลทั่วประเทศ

แม้เกมนี้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานกับการที่ฟรานซิสโก้

คอนไซเซาได้ลงประสานงานกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส วัย 39 ปี ที่สร้างสถิติลงแข่งขันใน ยูโร มากที่สุดถึง 6 สมัย แต่ก็มีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจ เมื่อย้อนไปในเกมแรกที่โรนัลโด้ติดทีมชาติชุดใหญ่ของโปรตุเกสในปี 2003 เป็นวันเดียวกับที่ผู้เป็นพ่อของฟรานซิสโก้ อย่างแซร์โจ คอนไซเซา ลงเล่นเป็นนัดสุดท้ายในเกมทีมชาติพอดิบพอดี ความบังเอิญนี้เสมือนเป็นสัญญาณของการสืบทอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก กับช่วงเวลาที่ก้าวผ่านสองทศวรรษ

การสืบทอดเจเนอเรชันใน ทีมชาติโปรตุเกส นี้ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความหวังใหม่และพลังงานสดใสให้กับทีม แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจแก่แฟนบอลและเยาวชน ทั้งในประเทศและทั่วโลกที่ติดตามการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2024 เพื่ออนาคตที่สดใสของชาติ

คอนเซปต์ของการสืบทอดเจเนอเรชั่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ ทีมชาติโปรตุเกส ภูมิใจอย่างยิ่ง

วันที่ 30 มิถุนายน 2003 ซึ่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ สวมเสื้อทีมชาติโปรตุเกสลงสนามนัดแรกนั้น สอดคล้องกับวันที่แซร์โจ คอนไซเซา อำลาการลงสนามในนามทีมชาติ มันเป็นสัญญาณของเวลาที่หมุนไปไม่หยุดหย่อน และเกมในค่ำคืนนี้ที่ไลป์ซิกก็เสมือนได้นำเจเนอเรชั่นถัดมาให้มองเห็นเด่นชัด

นี่ไม่ใช่เพียงแค่ค่ำคืนของชัยชนะของโปรตุเกสในเกมของ ฟุตบอลยูโร 2024

แต่เป็นค่ำคืนที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถและอนาคตอันสดใสของนักเตะรุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงพลังงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยทีมก้าวไปข้างหน้าได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา เพิ่งแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขามีศักยภาพ และความมุ่งมั่นที่จะกลายเป็นเสาหลักของทีมชาติโปรตุเกสในยุคหลังโรนัลโด้

ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา แสดงให้เห็นถึงทักษะและความสามารถที่ไม่ธรรมดาในสนาม

ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่เสริมขุมกำลังของทีมได้อย่างใหญ่หลวง ค่ำคืนที่ไลป์ซิกนี้จึงเป็นมากกว่าการคว้า 3 แต้มคืนแรกใน ฟุตบอลยูโร 2024 มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทีมชาติโปรตุเกสกำลังดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง โดยมีนักเตะรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเข้ามาแทนที่และสร้างความสำเร็จต่อเนื่องให้กับชาติ

ไม่เพียงแต่ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา การแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2024

นี้จะเป็นโอกาสที่แสดงถึงศักยภาพของนักเตะโปรตุเกสคนอื่น ๆ ที่จะสร้างความยอดเยี่ยมให้กับทีมชาติ ทั้งในทางทักษะและความแข็งแกร่งทางกายภาพและจิตใจ ทีมชาติโปรตุเกส สอบผ่านแบบไม่ต้องสงสัยว่าพร้อมแล้วสำหรับศึกหนักในทัวร์นาเมนต์นี้

ในขณะที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังจับตามองการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2024 ด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

การที่ได้เห็นฟรานซิสโก้ คอนไซเซา และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงสนามร่วมกันในทีมชาติโปรตุเกส ก็เป็นที่มาของความหวังใหม่ สำหรับทีมชาติโปรตุเกส การสืบทอดเจเนอเรชั่นไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของฟุตบอล แต่คือการสานต่อตำนาน คนรุ่นใหม่ในทีมไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่พวกเขายังได้รับการสนับสนุนและความรักจากแฟนบอลที่ติดตามพวกเขาทั่วโลกด้วย

สิงห์บลู เชลซี 1 Feb

สิงห์บลู เชลซี เซ็นสัญญา ซีเย็ค ด้วยราคา 33.3 ล้านปอนด์

สิงห์บลู เชลซี

หลังจากมีข่าวลืมว่าสิงห์บลูส์ เชลซีต้องการฮาคิม ซีเย็ค ดาวรุ่งในตำแหน่งกองกลางจากสโมสรอาเอฟเซ อายักซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่โชว์ฝีไม้ลายมือให้เป็นที่ประจักษ์ไปในยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกฤดูกาลก่อน จนถึงขั้นสัญญาปากเปล่าว่าจะทุ่มซื้อนักเตะหนุ่มถึง 45 ล้านปอนด์ และไม่ปล่อยให้ข่าวลืมแพร่สะพัดไปได้นาน ทางเชลซีได้ออกแถลงข่าวยืนยันว่า ได้ซื้อตัวซีเย็คมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในราคาสูงถึง 33.3 ล้านปอนด์ โดยสัญญาจะเริ่มเมื่อจบฤดูกาลนี้

เป็นที่ทราบกันดีในวงในว่า ซีเย็ค เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือชาวอังกฤษ ผู้จัดการทีมสิงห์บูลส์ เชลซีนั้น หมายหมั้นที่จะคว้าตัวมาในตลาดซื้อ-ขายนักเตะที่เปิดเมื่อมกราคมที่ผ่านมา หากแต่ทางสโมสรอายักซ์ปฎิเสธที่จะทำการซื้อ-ขายนักเตะในช่วงการฤดูกาล โดยเฉพาะลูกทีมคนสำคัญที่กุมชะตาของเกม

โดยในการแถลงของเชลซีได้กล่าวไว้ว่า ‘สโมสรฟุตบอลเชลซีได้บรรลุข้อตกลงกับทางสโมสรอาเอฟเซ อายักซ์ ในการเซ็นสัญญากับฮาคิม ซีเย็คในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยมีเงื่อนไขที่ซีเย็ค จะยังต้องอยู่กับทางสโมสรดัตช์จนจบฤดูกาลนี้”

โดยซีเย็คเอง ได้ทำผลงานไว้จนทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นหลักเนื้อหอมที่ใคร ๆ อยากได้ ทั้งการทำประตูไปถึง 8 ประตู และส่งบอลต่อให้เพื่อนร่วมทีมทำผลงาน 21 ครั้งในการลงแข่งทั้งหมด 30 เกม ตัวเขาเองนั้นได้เข้าร่วมกับสโมสรทเวนเต้ในปี 2016 โดยได้เซ็นสัญญาไว้เพียงสามปี

แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซีเอง ได้มีการพูดถึงการเซ็นสัญญาระยะยาวกับนักเตะที่จะมาแทนที่เอเดน อาซาร์กองกลางของทีมอยู่เมื่อไม่นานมานี้ และถึงแม้ว่าซีเย็คเองจะยังไม่เท่าอาซาร์ แต่จากฟอร์มแล้วเขาสามารถพัฒนาไปได้จนถึงจุดนั้น

ซีเย็คเป็นที่น่าจับตามองในการแข่งที่ทีมอายักซ์เสมอ 4-4 ที่สนามกีฬาสแตมฟอร์มเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และการแข่งในรอบรองก่อนชิงชนะเลิศในแชมป์เปี้ยนส์ลีกที่พบกับสเปอร์ในฤดูกาลสุดท้าย ที่ถึงแม้สุดท้ายแล้วทีมอายักซ์จะพ่ายให้กับสเปอร์แต่ผลงานที่ซีเย็คทำไว้ก็สะดุดตาแฟรงค์ แลมพาร์ด และเสนอที่จะซื้อตัวเขาเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ทางอายักซ์เองต้องการจะให้เขาช่วยทีมจนจบฤดูกาลก่อนเนื่องจากยังมีการแข่งที่รอพวกเขาอยู่

ซึ่งต้องรอดูกันว่าเมื่อได้ซีเย็คมาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ เขาจะสามารถทำให้แฟน ๆ เชลซีภูมิใจได้หรือไม่

 

2 Nov

ฟิล โจนส์ ทำไมถึงยกระดับตัวเองขึ้นมาไม่ได้ (สักที)

วันก่อนมีข่าวออกมาว่า ฟิล โจนส์ กองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปฏิเสธการจัดเทสติโมเนียลแมตช์ของตัวเองแม้ว่าจะรับใช้สโมสรมาอย่างต่อเนื่องถึง 10 ปีด้วยกัน เจ้าตัวบ่นน้อยใจเล็กน้อยซึ่งก็ไม่แปลกที่แม้จะรับใช้ทีมมาถึง 10 ปี ว่ากันตามตรง เค้าก็ยังไม่ใช่กองหลังตัวกลางที่เป็นจริงระดับแกนหลักของทีมอีกเหมือนกัน เพราะอะไรทำไม ฟิล โจนส์ ถึงไม่สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้ เรามาวิเคราะห์กัน
เจ็บ เจ็บ เจ็บ แล้วก็เจ็บ
การเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีคนั้น ปฏิเสธไมได้เลยว่าลีคนี้เล่นกัน แรง เร็ว โหด ดุ มาก ทั้งไหล่ชน เบียดทั้งบนพื้น กลางอากาศ การเข้าบอล ปั๊มบอลแบบไม่มียั้ง เสียบเป็นเสียบตายกันเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่จะมีอาการบาดเจ็บกันได้ ยิ่งฟิล โจนส์เล่นกองหลังด้วยแล้วการปะทะกับกองหน้าฝ่ายตรงข้ามถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก ฟิล โจนส์ เองก็เช่นกัน เค้าบาดเจ็บบ่อยมาก ทำให้การเล่นไม่ต่อเนื่อง เล่นแล้วก็เจ็บ พอจะหาย ลงเล่นไม่เกิน 3 นัดก็เจ็บอีกวนอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหน มันก็เลยทำให้เค้ายกระดับตัวเองไม่ได้สักที
เล่นบอล ต้องใช้สมอง
การเล่นกองหลังนั้นหากเล่นกองหลังตัวกลาง (เซนเตอร์แบ็ค) ถ้าเล่นระบบกองหลัง 4 คน เซนเตอร์แบ็คสองคนจะแบ่งหน้าที่กันชัดเจน คนหนึ่งเล่นตัวชน คอยเข้าปะทะกับกองหลังฝ่ายตรงข้าม เพื่อบดบี้ ขยี้ให้เล่นยากที่สุด แล้วให้อีกคนเป็นตัวรอง ตัวซ้อน เก็บบอลที่ฝ่ายตรงข้ามเล่นพลาดออกมา ส่วนใหญ่ฟิล โจนส์จะได้รับหน้าที่บทบาทแบบแรก ทีนี้การเล่นแบบเอาตัวเข้าสู้นั้นจริงอยู่ว่าต้องใช้ร่างกายปะทะ แต่มันก็ต้องใช้สมองในการเลือกจังหวะเข้าปะทะด้วย ไม่ใช่เอากำลังเข้าสู้อย่างเดียว หลายครั้งเราจะเห็นว่า ฟิล โจนส์ เข้าบอลแบบที่เรียกว่า เข้าพรวด จนเสียเหลี่ยมไปเอง ทำให้ทีมเสียประตู แถมดูเป็นตัวตลกไปด้วย
จากเหตุผลสองข้อดังกล่าว ทำให้เวลาเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่ เค้าก็มักจะเลือกซื้อกองหลังมาเล่นแทน ฟิล โจนส์ตลอด เพราะคิดว่า โจนส์ ไม่ดีพอจะลงเล่นให้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในฐานะแฟนบอลก็ต้องขอปรบมือในวิถีมืออาชีพของ ฟิล โจนส์ ที่ไม่เคยออกมางอแง เรียกร้องอะไรเลย ทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ก็หวังว่าเราจะได้เห็นเค้าขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมสักที

19 Oct

หากฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อลไม่สามารถไปถึงตำแหน่งท็อปโฟร์ได้ ก็ถือว่าไม่ถึงกับเสียหาย!

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2019 ก็ได้ทำการเปิดทำการแข่งขันมาได้ซักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งเมื่อดูจากผลงานของเหล่าทีมใหญ่ทั้งหลายนั้น โดยรวมถือว่าทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทกันได้ดีหลายทีมเลย ไม่ว่าจะเป็นทั้ง เชลซี ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ซิตี้ และสเปอร์ส มีเพียงแค่แมนเชสเตอร์ยูในเต็ด และอาร์เซน่อลเท่านั้น ที่ออกสตาร์ทด้วยผลงานที่ไม่ดีเท่าไหร่ ในบทความนี้เลยอยากจะหยิบเอาทีมอาร์เซน่อลมาพูดถึงกันหน่อย
สำหรับในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ที่ผ่านมานั้น อาร์เซน่อลของกุนซือ อูไน เอเมรี่ ถือว่า ออกสตาร์ทด้วยผลงานที่ผิดฟอร์มพอสมควรเลย เพราะในช่วงสองนัดแรกของฤดูกาล อาร์เซน่อลภายใต้การทำทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง อูไน เอเมรี่ นั้น ไม่สามารถคว้าแต้มได้เลย และเมื่อดูจากรูปแบบการเล่น หรือพดตามประสาคนดูบอลว่า ทรงบอลของอาร์เซน่อลนั้น ก็ยังดูไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ จนทำให้หลายๆคนมองว่า ฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อลอาจจบฤดูกาลแค่อันดับในโซนยูโรป้าเท่านั้น ทำให้เลยในบทความนี้เลยอยากหยิบเอากระแสดังกล่าวนี้มาพูดในแบบคนดูบอลกันหน่อย เพราะสำหรับโดยส่วนตัวแล้ว แม้ฤดูกาลนี้หากอาร์เซน่อลไม่สามารถจบฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับในโซนท็อปโฟร์ได้ ก็มองว่าไม่ได้เสียหายเท่าไหร่
โดยเหตุผลที่มองว่า แม้หากจบฤดูกาลนี้ ทีมอาร์เซน่อลของกุนซือ อูไน เอเมรี่ ไม่สามารถคว้าอันดับในโซนท็อปโฟร์ได้เป็นอย่างน้อยก็ตาม ยังมองว่าไม่ถึงกับเสียหายเท่าไหร่นั้น นั่นก็เพราะมองว่า ฤดูกาลนี้อาร์เซน่อลถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ นั่นก็คือการเปลี่ยนกุนซือคนใหม่เป็น อูไน เอเมรี่ ซึ่งเป็นธรรมดาที่กว่าทีมจะปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นแบบใหม่ของกุนซือคนใหม่ได้ ยังไงก็ต้องใช้เวลา เพราะหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อลเล่นในระบบของกุนซือคนเก่าอย่างอาร์เซน เวนเกอร์มาหลายปีเลย ทำให้การที่นักเตะจะปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นแบบใหม่ เลยต้องใช้เวลานั่นเอง
ในตอนนี้ ศึกฟุตบอลลีกดังต่างๆก็ได้เปิดฤดูกาลเริ่มต้นการแข่งขันกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตอนนี้ วงการพนันฟุตบอลออนไลน์ ก็ได้กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง และคงมีหลายๆคนที่เริ่มสนใจอยากจะลองหันมาเล่นพนันบอลออนไลน์กันดูบ้าง ท้ายบทความนี้เลยอยากแนะนำเว็บแทงบอลออนไลน์สำหรับใครที่ตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเลือกใช้บริการเว็บไหนดี เว็บที่อยากแนะนำก็คือ เว็บ sbobet เหตุผลที่อยากแนะนำเว็บ sbobet นั้น ก็เพราะว่า sbobet เป็นเว็บแทงบอลออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ เป็นเว็บแทงบอลออนไลน์ที่เปิดบริการมานาน ซึ่งถ้าเลือกใช้บริการเว็บนี้ สามารถไว้วางใจเรื่องการจ่ายเงินจริงได้เลย เพราะถ้าจ่ายไม่จริง ก็คงไม่สามารถเปิดมาได้นานจริงมั้ย แถมยังมีโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกใหม่ให้เลือกกันมากมายอีกด้วย

12 Oct

ลิเวอร์พูล ตั้งค่าปรับ 100 ล้านยูโรหาก ต่างดาว สอยแข้งไปก่อนปี 2020


สื่อดัง “Liverpool Echo” ได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ได้ตั้งเงื่อนไขเรียกค่าปรับจาก บาร์เซโลน่า สูงถึง 100 ล้านยูโร (89 ล้านปอนด์)
ถ้าหาก “เจ้าบุญทุ่ม” คว้านักเตะเข้าไปร่วมทัพก่อนปี 2020

เงื่อนไขดังกล่าว เป็นข้อตกลงที่ทำเอาไว้ในช่วงที่ปล่อยตัวนักเตะชื่อดังอย่าง ” ฟิลิปเป้ คูตินโญ่” ไปอยู่ในถิ่น คัมป์ นู เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยค่าเหนื่อย 142 ล้านปอนด์
ซึ่งเป็นข้อตกลงในการย้ายทีมที่มีค่าตัวแพงลิบลิ่วสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล รองจาก เนย์มาร์ และคิลิย็อง เอ็มบัปเป้ เพียงแค่สองรายเท่านั้น

อีกทั้งรายงานยังระบุถึงเงื่อนไขดังกล่าวด้วยว่า ด้วยว่าเป็นแนวคิดของ “ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส” ผู้อำนวยการกีฬาของ “ลิเวอร์พูล” ที่ใส่ข้อตกลงกันเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ บาร์เซโลน่า
เข้ามายุ่งเกี่ยวกับนักเตะซุปสตาร์ดังภายในทีม (ก่อนถึงปี 2020) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ หงส์แดง มักจะเสียผู้เล่นคนสำคัญไปให้กับ “เจ้าบุญทุ่ม” นับตั้งแต่ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่
ในฤดูกาล 2011/11 หรือแม้แต่กระทั้ง หลุยส์ ซัวเรซ ในฤดูกาล 2014/15

28 Sep

ศึกแห่งศักดิ์ศรีในนามทีมชาติ

การต่อสู้เพื่อเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียนั้น นอกจากความเข้มข้นในเรื่องของฟุตบอล นักเตะ และแท็คติคที่สู้กันในสนามแล้ว เรื่องของศักดิ์ศรีแต่ละชาติที่จะมาห้ำหั่นกันนั้นก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ยอมกันไม่ได้เลย โดยรอบคัดเลือกคราวนี้มีอยู่ 3 คู่ด้วยกัน ที่มากันด้วยเรื่องของศักดิ์ศรีล้วนๆ า

อังกฤษ ปะทะ สกอตแลนด์

คู่แรกขอเริ่มต้นที่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรปกันก่อนที่กลุ่มเอฟ มีอยู่สองทีมที่ต้องบอกว่าศักดิ์ศรีค้ำคอกันจริงนั่นก็คือ อังกฤษ และ สกอตแลนด์ ทีมร่วมเกาะสหราชอาณาจักร ที่ถึงแม้ว่าจะอยู่บนเกาะเดียวกันแต่บอกเลยว่างานนี้ไม่มียอมกัน ถึงแม้ว่าอังกฤษจะเหนือกว่านิดๆ แต่ขาดกุนซือที่มีประสบการณ์ สกอตแลนด์ ก็อาจจะทำให้น้ำตาตกในได้เหมือนกัน

บราซิล ปะทะ อาร์เจนตินา

จากยุโรป ข้ามไปที่ลาตินอเมริกากันบ้าง แน่นอนว่าหากพูดถึงทวีปนี้ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้ง อริ และคู่แข่งกันแบบตลอดมาและตลอดไปก็ต้องเป็น บราซิล กับ อาร์เจนตินา ที่ต้องบอกว่าเจอกันเมื่อไร ใส่กันไฟแลบแน่นอน และครั้งนี้บราซิลต้องเปิดบ้านต้อนรับอาร์เจนตินา ดูจากฟอร์มแล้วบราซิล ดีกว่าอาร์เจนที่มีเมสซี่ กว่าเยอะ

เม็กซิโก ปะทะ อเมริกา

คู่สุดท้ายบินไปที่ทวีปอเมริกา ที่นี่ธรรมดาแล้วเกมทีมชาติไม่ค่อยสูสีกันเท่าไร แต่มีอยู่คู่หนึ่งที่ต้องบอกว่า “ห้ามพลาด” เลยก็คือ การเจอกันระหว่าง เม็กซิโก กับ สหรัฐอเมริกา ที่คราวนี้มีเรื่องของการเมืองนิดๆแทรกเข้ามาด้วย ยิ่งทำให้คู่นี้เป็นอะไรที่ต้องใส่กันไม่ยั้งแน่ๆ น่าสนใจว่า เม็กซิโก ที่น่าจะเหนือกว่าจะเอาชนะสหรัฐได้ไหม เชื่อเหอะว่าถึงใครหลายคนจะบอกว่ากีฬากับการเมืองไม่เกี่ยวกัน แต่คราวนี้รับรองว่าเกี่ยวกันจริงๆแต่จะรุนแรงแค่ไหนต้องติดตามในเกมเอาเองก็แล้วกัน